วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2568

7 อันดับมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก 2025

  7 อันดับมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก 2025


อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นแล้วว่า วันนี้เราได้หยิบเอามอไซค์ที่แรงที่สุดในโลก มาฝากถึง 7 อันดับด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าแต่ละคันที่เราคัดสรรมานำเสนอ มีความพิเศษ โดดเด่น มีเอกลักษณ์ และเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว แต่วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักแบบเจาะลึกมากขึ้น โดยทั้ง 7 อันดับที่ว่านี้ได้แก่

เมื่อพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่แรงที่สุดในโลก  ประเดิมคันแรกคงจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้ นอกเสียจาก “Dodge Tomahawk” รถมอเตอร์ไซค์ที่มีเพียงแค่ 9 คันในโลกเท่านั้น โดยรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดใหญ่ มี 4 ล้อ และมาด้วยเครื่องยนต์โหด ๆ พละกำลังระดับ 500 แรงม้า สามารถทำความเร็วได้ถึง 640 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 2.5 วินาที

fastest-motorcycles-in-the-world

Ninja ZX-4R รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟริ่งขนาดกลางเป็นบิ๊กไบค์ที่แรงที่สุดในโลก ที่มีขนาดค่อนข้างเบา ให้ความคล่องตัวและความว่องไวในการเข้าโค้ง มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบรอบจัด ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 399 cc และมี 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ Kawasaki Ninja ZX-4R รุ่น Standard และ Kawasaki Ninja ZX-4R รุ่น SE

fastest-motorcycles-in-the-world-1

บิ๊กไบค์ที่แรงที่สุดในโลก มอเตอร์ไซค์ไฮเปอร์สปอร์ตที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 998 cc มาพร้อมซูเปอร์ชาร์จเจอร์พิเศษที่มีความเฉพาะ เฟรมเทรลลิสน้ำหนักเบา ขนาดเล็กกะทัดรัด แอโรไดนามิกของคาร์บอนไฟเบอร์ มีระบบกันสะเทือนที่มีประสิทธิภาพ และที่จับด้านข้างแบบแข็ง ด้วยรูปทรงที่สวยเด่นสะดุดตาทำให้ Kawasaki Ninja H2R กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในฝันของใครหลาย ๆ คน

fastest-motorcycles-in-the-world-2

มอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก จากแบรนด์ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Lightning Motorcycle ประเทศสหรัฐอเมริกา มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 352 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแรงม้าสูงถึง 204 แรงม้า เป็นสมรรถนะที่เทียบกับรถที่มีการใช้เครื่องยนต์และน้ำมันได้อย่างสบาย ๆ ที่สำคัญสามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 2 วินาที

fastest-motorcycles-in-the-world-3

ซูเปอร์ไบค์สายพันธุ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ Ducati สปอร์ตฟูลแฟริ่ง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Superquadro L-Twin 2 สูบ 4 วาล์วต่อสูบ และมีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,198 cc กำลังเครื่องยนต์ 205 แรงม้า อีกทั้งยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่ RACE, SPORT และ WET

fastest-motorcycles-in-the-world-4

มอไซค์ที่แรงที่สุดในโลก อีกหนึ่งตัวที่เป็นมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า จากแบรนด์ Damon Motorcycle โดยมีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีพละกำลังสูงถึง 214 แรงม้า และมีอัตราการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 3 วินาทีเท่านั้น และที่สำคัญ Damon Hypersport Pro สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 321 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

fastest-motorcycles-in-the-world-5

เดินทางมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ตัวแรงตัวสุดท้าย และคงจะเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นไหนไปไม่ได้ นอกจาก Ducati Panigale V4 R ที่มีการใช้เครื่องยนต์ขนาด 998 cc มีพลังมากถึง 221 แรงม้า โดยรุ่นนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนมาจาก Panigale V4 และ V4S ที่มีการใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,103 cc เพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการลงแข่งขันรายการต่าง ๆ ทั่วโลก

fastest-motorcycles-in-the-world-6

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 7 อันดับมอไซค์ที่แรงที่สุดในโลก ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ แน่นอนว่า 7 รุ่นนี้ บางรุ่นอาจไม่มีผลิตหรือออกจำหน่ายในประเทศไทยของเรา แต่หากคุณกำลังมองหาบิ๊กไบค์ที่แรงที่สุดในโลก หรือรถมอเตอร์ไซค์ในฝัน สามารถเลือกซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินก้อน เพียงสมัคร สินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ กับ ที ลีสซิ่ง บริษัทไฟแนนซ์รถมอเตอร์ไซค์ เชื่อถือได้ อนุมัติไว ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบรถมอเตอร์ไซค์แน่นอน


ที่มา : 7 อันดับรถมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก ปี 2025

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่ 

 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หรือ 7 Wonders คือ สิ่งก่อสร้างที่มีความยิ่งใหญ่ และโดดเด่นที่สุดในโลกซึ่งจะมีทั้งหมด 7 แห่งด้วยกัน และมีมานานหลายยุคหลายสมัยแล้วค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่สถานที่เหล่านั้นจะมีเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์สำคัญของโลกอีกด้วย และนอกจากสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่แล้ว เรามาเท้าความไปถึง สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคก่อน กันด้วยค่ะว่า มีที่ไหนบ้าง 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มรดกโลก

 




7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีอะไรบ้าง อยู่ที่ไหน

 

     "ตารางงานไม่อิน ตารางบินแน่นๆ" สายเที่ยว มั่นใจ! ทริปไหนๆ ใกล้ ไกล ก็มีเน็ตใช้ เที่ยวต่างประเทศ ไม่มีสะดุด อัปโซเชียลฉ่ำง่ายๆ ด้วย ซิมเน็ตต่างประเทศ GO Travel SIM จากทรู ดีแทค สำหรับลูกค้าทั่วไป ค่ายไหนก็ใช้ได้ เน็ตจุใจสูงสุด 15GB ราคาเริ่มต้นเพียง 399 บาท เลือกซิมได้ถูกใจตามไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยว ทั้ง

  • ซิมเน็ตต่างประเทศ สำหรับท่องเที่ยวใน "เอเชีย และออสเตรเลีย"
  • ซิมเน็ตต่างประเทศ สำหรับท่องเที่ยวใน "ทุกทวีปทั่วโลก"

       สายเที่ยวต้องจัด! ซื้อซิมง่ายๆ ที่ ศูนย์บริการทรู ดีแทคทั่วประเทศ ซื้อสะดวก ส่งฟรีที่ True dtac Online Store และซื้อออนไลน์ ด้วย GO Travel SIM ใช้ได้ทันที สะดวกได้อีก! พร้อมบริการคอลเซ็นเตอร์โรมมิ่ง ฟรี 24 ชม. มั่นใจ 5G บนเครือข่ายต่างประเทศ อันดับ 1 ทั่วโลก

       พิเศษสุดๆ รับฟรี ประกันการเดินทาง ฟรี! สิทธิพิเศษสนามบิน และสิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำอีกเพียบ 

       เที่ยวเพลิน ใช้ ซิมเน็ตต่างประเทศ GO Travel SIM เน็ตไม่สะดุดตลอดทริป กันแล้ว มาอัปเดตที่เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ต้องไปสักครั้ง แล้วไปปักหมุดกันได้เลย!  

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

      New 7 Wonders of the World หรือ สิ่มหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่ โดยองค์กรของสวิตเซอร์แลนด์ The New Open World Corporation (NOWC) สรุปสุดท้ายได้ประกาศเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2550 ที่ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ได้แก่สถานที่ต่างๆ ดังนี้ค่ะ

 

1. ชิเชน อิตซา Chichen Itza : เม็กซิโก

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ชิเชน อิตซา เม็กซิโก

 

      ชิเชนอิตซา (Chichen Itza) เป็นภาษามายา แปลว่า ต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก เป็นแหล่งโบราณคดีที่สร้างขึ้นโดยชาวมายันซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้า

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก พีระมิด เม็กซิโก

 

     ชิเชนอิตซา มีรูปทรงเป็นสามเหลี่ยมลดขั้นเป็นชั้นๆ ดูไปดูมาคล้ายๆ กับพีระมิดที่อิยิปต์ แต่การสร้าง และวัสดุนั้นต่างออกไป ที่นี่มีพื้นที่ราว 6.4 ตารางกิโลเมตร วิหารที่ใหญ่สุดมีชื่อว่า วิหารแห่งนักรบ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 หลังจากสร้างวิหารเก่าแห่งชักโมล ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไป ใช้เป็นที่ทำพิธีสังเวยเทพเจ้าโดยใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า ณ ที่นั้น นอกจากนี้ในส่วนของพีระมิดแห่งเทพเจ้าคูคุลคาน ซึ่งถือเป็นพีระมิดแห่งสุดท้าย และเป็นพีระมิดที่กล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของอารยธรรมมายาด้วย

 

=================

 

2. คริชตู เรเดงโตร์ 

Cristo Redentor หรือ Christ the Redeemer : บราซิล

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก Christ the Redeemer บราซิล

 

       รูปปั้นพระเยซูคริสต์ (Christ the Redeemer) ตั้งอยู่ที่ยอดเขากอร์โกวาดู ประเทศบราซิล นอกจากจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความหมายถึงศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เมือง ริโอ เดอ จาเนโร โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก Christ the Redeemer บราซิล


       รูปปั้นพระคริสต์นี้มีความสูงถึง 38 เมตร ได้รับการออกแบบโดย เอโตร์ ดา ซิลวา กอชตา ชาวบราซิล และสร้างโดย ปอล ลันดอฟสกี ประติมากรชาวฝรั่งเศสถึง 5 ปีด้วยกัน ที่นี่ถือเป็น อนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวบราซิลอีกด้วย ทำให้ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ราว 1.8 ล้านคนทีเดียว

 

  • ที่ตั้ง : Parque Nacional da Tijuca - Alto da Boa Vista, Rio de Janeiro - RJ, Brazil
  • เปิดให้เข้าชม : 08.00-19.00 น.
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hrbj4QS3ToVgFBh76
  • แผนที่ :

=================

 

3. กำแพงเมืองจีน Great Wall of China : จีน

 

กำแพงเมืองจีน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

      กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China) นี้สร้างขึ้นจีน สมัยราชวงศ์ฉิน เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่ามองโกล และเติร์กในอดีต และหลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน มีความยาวทั้งสิ้นกว่า 21,196.18 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 15 มณฑลทั่วประเทศ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ที่ยาวที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา

       ความยิ่งใหญ่ และประวัติศาสตร์อันยาวนานนี่เอง ทำให้กำแพงเมืองจีนนอกจากจะเป็น 1 ใน 7 มหัศจรรย์ของโลกแล้ว ยังเป็น 1 ในมรดกโลก ที่องค์กร UNESCO คัดเลือกอีกด้วย

 

กำแพงเมืองจีน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

=================

 

4. มาชูปิกชู Machu Picchu : เปรู

 

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มาชูปิกชู เปรู

 

       เมืองสาบสูญแห่งอินคา หรือ มาชูปิกชู (Machu Picchu) แห่งนี้ เป็นซากอารยธรรมโบราณของ ชาวอินคา  ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,350 เมตร ที่ตั้งของเมืองนี้ค่อนข้างกันดาร ยากที่จะเข้าถึง เพราะตั้งอยู่บนที่ราบสูงแอนดิส ลึกเข้าไปในป่าอเมซอน และอยู่เหนือแม่น้ำอุรุบัมบา

      หลังจากอาณาจักรอินคาล่มสลายจากการพ่ายแพ้สงครามให้กับชาวสเปน และโรคระบาด เมืองแห่งนี้ก็ได้หายสาบสูญไปกว่า 3 ศตวรรษ และได้ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวอเมริกัน ไฮแรม บิงแฮม ในปี ค.ศ.1911

 

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มาชูปิกชู เปรู

 

       นอกจากนี้ มาชูปิกชู เป็นหลักฐานที่สำคัญของ จักรวรรดิอินคา องค์กร UNESCO จึงได้กำหนดให้ มาชูปิกชูเป็นมรดกโลก โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไปศึกษาประวัติศาสตร์

 

  • ที่ตั้ง : Peru
  • เปิดให้เข้าชม : ติดต่อเจ้าหน้าที่ และไกด์ท้องถิ่น
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HpkWoosGHuxmzQjs5
  • แผนที่ :

=================

 

5. นครเพตรา Petra : จอร์แดน

 

นครเพตรา จอร์แดน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

       นครเพตรา (Petra) ซ่อนตัวอย่างลึกลับใน หุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซี กับทะเลอัคบาในประเทศจอร์แดน นครนี้ในสมัยโบราณนั้นเป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ เป็นเมืองหลวงของ ชนเผ่านาบาเชียน ซึ่งเป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจอร์แดนในสมัยก่อน และถูกละทิ้งเป็นเวลานานกว่า 700 ปี ซึ่งได้ถูกค้นพบโดย นักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โจฮันน์ ลุควิก เบิร์กฮาร์ท ในปี ค.ศ. 1812

 

นครเพตรา จอร์แดน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


       ชาวนาบาเชียน สร้างเมืองแห่งนี้โดยใช้วิธีการแกะสลักหินให้เป็นช่องอุโมงค์ โรงละครของเมืองแห่งนี้ซึ่งเป็นต้นแบบของ โรงละครแบบกรีก-โรมัน ส่วนหน้าของวิหารเอล เดียร์ ซึ่งสูง 42 เมตร ในเมืองแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีอีกแห่งหนึ่งของสถาปัตยกรรมแบบกรีกโบราณ ทำให้นครเปตราได้รับลงทะเบียนจากองค์กร UNESCO ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2528

 

  • ที่ตั้ง : Jordan
  • เปิดให้เข้าชม : 06.00-16.00 น. ในช่วงฤดูหนาว และ 06.00-18.00 น. ในช่วงฤดูร้อน
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UxkT7E5nyFkqD2R68
  • แผนที่ :

=================

 

6. โคลอสเซียม Colosseum : อิตาลี

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โคลอสเซียม อิตาลี


       โคลอสเซียม (Colosseum) เป็นสนามกีฬาโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขณะนั้น สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมนี้ เริ่มสร้างขึ้นใน สมัยจักรพรรดิเวสเปเซียน แห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ใช้เวลาการก่อสร้างถึง 10 ปีด้วยกัน

      ที่แห่งนี้มีห้องสำหรับขังทาส นักโทษ และสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต เสือ โดยจะให้ทาสสู้กันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว หรือให้สู้กับสิงโต เพื่อเป็นความบันเทิงให้แก่ผู้ชม ผู้ที่รอดตายจากการต่อสู้จึงจะได้รับอิสรภาพ

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โคลอสเซียม อิตาลี


       โคลอสเซียม เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐ และหินทราย วัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบอย่างชาญฉลาด โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตกอีกด้วย โคลอสเซียมจึงกลายเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน

 

  • ที่ตั้ง : Piazza del Colosseo, 1, 00184 Roma RM, Italy
  • เปิดให้เข้าชม : 08.30-19.00 น.
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/V8nqhaqPw1FoFvpw5
  • แผนที่ :

=================

 

7. ทัชมาฮาล Taj Mahal : อินเดีย

 

ทัชมาฮาล อินเดีย 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

      สุสานหินอ่อน ทัชมาฮาล (Taj Mahal) แห่งนี้ ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล ผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์

 

ทัชมาฮาล อินเดีย 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

      ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ใน เมืองอัครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด รวมถึงยังได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างชั้นเลิศของสถาปัตยกรรมมุฆัลในอินเดีย ที่นี่ต้องใช้แรงงานในการก่อสร้างถึง 20,000 คน และใช้เวลาก่อสร้างถึง 20 ปี

 

  • ที่ตั้ง : Dharmapuri, Forest Colony, Tajganj, Agra, Uttar Pradesh 282001, India 
  • เปิดเข้าชม : 08.00-18.00 น.
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/noj8RG4VQuBsWaYf9
  • แผนที่ :









10 อันดับประเทศยอดนิยมสำหรับนักชิม

 

CNN เผย 10 อันดับประเทศยอดนิยมสำหรับนักชิม อาหารอร่อยที่สุดในโลก




สำหรับนักเดินทางที่ต้องการซึมซับถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ได้ไปเยือนแล้ว การได้ลองลิ้มชิมรสอาหารในที่นั้นๆ นับเป็นเรื่องห้ามพลาดจริงๆ ทาง CNN จึงได้ทำแบบสำรวจผ่านทาง facebook poll เพื่อค้นหาประเทศยอดนิยม ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักชิมจากรอบโลกขึ้นมา เปิดให้นักอ่านได้มาลงคะแนนกันอย่างเต็มที่

จากโพลนั้นก็เป็นที่แน่นอนว่าอาหารสไตล์เอเชียยังคงเป็นที่นิยมอยู่เช่นเดิม สังเกตได้จาก 8 ใน 10 ของอันดับนั้นล้วนเป็นประเทศแถบนี้ทั้งนั้น ว่าแล้วเราไปชมทั้ง 10 อันดับกันเลยดีกว่า

 

1. Taiwan: 8,242 votes

ที่ไต้หวันนั้น อาหารยอดนิยมก็คือก๋วยเตี๋ยวเนื้อชามโต รวมไปถึงอาหารจีนสไตล์ฮกเกี้ยนอีกนานาชนิด แค่เฉพาะกรุงไทเปที่เดียวก็มีถนนย่านร้านอาหารกว่า 20 แห่งเข้าไปแล้ว ว่ากันว่าทุกๆ ครั้งที่คุณแวะร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยเข้าสักร้าน จะมีร้านเด็ดๆ อื่นอีกมากมายที่คุณเดินผ่านไปโดยไม่รู้ตัว (จะบอกว่าอร่อยทุกร้านนั่นแหละ)

 

2. Philippines: 1,528 votes

แดนแห่งอาหารทะเล ผลไม้เขตร้อน และการปรุงอาหารสุดครีเอท แม้อาหารของฟิลิปปินส์จะไม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายนัก แต่ประเทศที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 7,000 แห่งนี้มีความพิเศษตรงที่แต่ละเกาะนั้นล้วนมีเมนูจานเด็ดเป็นของตนเอง จานเด่นของฟิลิปปินส์ที่คนทั่วโลกนิยมก็คือ Adobo หรือเนื้อหมู, ไก่ ปรุงในน้ำส้มสายชู เกลือ กระเทียม พริกไท ซอสถั่วเหลือง และเครื่องเทศอื่นๆ ซึ่งนับเป็นวิธีการถนอมอาหารโดยที่ไม่ต้องใช้ตู้เย็นเลย  

 

3. Italy: 810 votes

ก่อนหน้าที่อาหารเอเชียจะเข้ามายึดตลาดนักชิมนั้น อาหารอิตาเลียนนั้นเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า พาสต้า ที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ บวกกับความหอมของน้ำมันมะกอก และชีสนานาชนิด ได้รสชาติที่เปี่ยมด้วยความหลากหลายที่ไม่ต้องปรุงแต่งจนเกินพอดี 

 

4. Thailand: 470 votes

แค่ประโยคที่ชาวไทยใช้ทักทายกันอย่าง “กินอะไรรึยัง” ก็บ่งบอกแล้วว่าชาวไทยนั้นเขาให้ความสำคัญกับเรื่องการกินขนาดไหน อาหารไทยนั้นมีความหลากหลายสูงมาก เพราะมีการรับเอาวัฒนธรรมมาจากหลายแหล่ง ทั้งจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ลาว รวมไปถึงอาหารตำรับชาววังของเราเอง จึงทำให้อาหารไทยเกิดการผสมผสานทางรสชาติอย่างลงตัว ทั้งยังเด่นเรื่องการเลือกใช้สมุนไพร และเครื่องเทศที่หลากหลายซับซ้อน ได้ทั้งรสเผ็ด เค็ม เปรี้ยว หวาน นุ่มนวล กรอบ มัน ภายในจานเดียว จนได้รับสมญานามว่าเป็น “ออเคสตร้าแห่งวงการอาหาร”

สำหรับเมนูอาหารไทยที่ชาวต่างชาติชื่นชอบ และคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ก็เช่นแกงเขียวหวาน ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ผัดไท หรือถ้าเป็นภาคอีสานจานที่ขึ้นชื่อจะเป็นส้มตำ ลาบหมู คอหมูย่าง รับประทานคู่น้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บ

 

5. Japan: 443 votes

อาหารญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่องการเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ สำหรับชาวต่างชาติแนะนำให้ลอง “ไคเซกิ” เป็นชุดอาหารที่บริการทีละอย่าง เป็นลำดับตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงความพิถีพิถันในคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล การปรุงแต่ง และกรรมวิธีที่ใช้ในการปรุง จนกระทั่งการนำเสนออาหาร ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับอาหารยุโรปชั้นสูง 

 

6. Malaysia: 265 votes

อาหารมาเลเซียนั้นเป็นการผสมผสานเข้าด้วยกัน ระหว่างอาหารจีน อินเดีย และมาเลเซียเอง อาหารจานนิยมอย่าง “Laksa” เองก็เช่นกัน ก๋วยเตี๋ยวแกงรสเผ็ดที่เมื่อคุณได้ลิ้มรสแล้วจะต้องอดใจไม่ไหวที่จะต้องอยากชิมอาหารมาเลย์จานต่อๆ ไปแน่นอน

 

7. Hong Kong: 236 votes

ฮ่องกงนับเป็นดินแดนแห่งอาหารโดยแท้ ด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผสมรวมเข้าด้วยกัน ที่นี่คุณจะพบตั้งแต่ร้านติ่มซำขั้นเทพข้างทาง ร้านดินเนอร์มื้อค่ำสุดหรู ไปจนถึงร้านอาหารชื่อดังที่ไปซ่อนตัวอยู่บนภูเขาเลยทีเดียว 

 

8. India: 205 votes

“เครื่องเทศ” จัดว่าเป็นหัวใจหลักของอาหารอินเดีย ที่สำคัญคือมันไม่มีกฏตายตัวว่าในแต่ละจานคุณจะต้องผสมเครื่องเทศลงไปเท่าไหร่ เครื่องเทศหนึ่งชนิดสามารถใส่เพื่อเพิ่มรสชาติเฉยๆ หรือใช้รับประทานเดี่ยวๆ เลยก็ได้ และถ้าหากว่ามีการมอบรางวัลโนเบลสาขาอาหารล่ะก็ อาหารมังสวิรัติของชาวอินเดียจะต้องได้รางวัลนี้ไปครองอย่างแน่นอน

 

9. Greece: 167 votes

เรื่องของการท่องเที่ยว และอาหารการกินในกรีซนั้นให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาดสีฉูดฉาดในหนังสือที่อยู่บนโลกของความเป็นจริง แถมยังไม่ต้องโฟโต้ช็อปตัดแต่งอะไรเพิ่มเติมแม้แต่น้อย ทั้งตึกสีขาวที่ตัดกับท้องฟ้า และทะเลสีคราม สีของมะกอก ชีส ที่วางตกแต่งลงบนสลัดผักหลากสีสัน นับเป็นอาหารตาที่ชวนให้เจริญอาหารจริงๆ 

 

10. Vietnam: 162 votes

ไม่น่าเชื่อว่าทุกๆ เมืองในเวียดนามจะมีสูตรอาหารเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น วัตถุดิบชนิดเดียวกันอาจถูกนำไปปรุงได้หลากหลายวิธี จุดเด่นอีกอย่างของอาหารเวียดนามก็คือคุณสามารถหาทานอาหารอร่อยๆ ได้ในราคาไม่แพง แม้กระทั่งร้านแผงลอยตามตลาดต่างก็มีสูตรเฉพาะตัวที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น





7 อันดับมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก 2025

   7 อันดับมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก 2025 อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นแล้วว่า วันนี้เราได้หยิบเอามอไซค์ที่แรงที่สุดในโลก มาฝากถึง 7 อันดับด้ว...